การสื่อสารสัมพันธไมตรี ผ่านฉลองพระองค์พระราชินี ที่ภูฎาน คราวเสด็จเยือนอย่างเป็นทางการ

การสื่อสารสัมพันธไมตรี ผ่านฉลองพระองค์พระราชินี ที่ภูฎาน คราวเสด็จเยือนอย่างเป็นทางการ

วันนี้จะมาว่าด้วยเรื่องของฉลองพระองค์ของสมเด็จพระราชินีคราวเสด็จเยือนภูตันอย่างเป็นทางการค่ะเราจะเริ่มต้นกันจากบนเครื่องบินกันก่อนเลยนะคะขาไปจะเห็นได้ว่าพระราชินีเป็นโคไพลอแล้วท่านเนี่ยทำผมแต่งหน้าเครื่องประดับแล้วก็ใส่ชุดซึ่งเราจะเห็นว่าจากในภาพเนี่ยนะคะจะเห็นว่าเป็นเสื้อแขนสั้นน่าจะเป็นกระโปรงตอนแรกก็ยังนึกว่าเอ๊ะท่านแต่งมาตั้งแต่ก่อนขึ้นเครื่องอย่างนี้เลยหรือเดี๋ตอนลงจะทำอย่างไรอาจจะต้องมีการเปลี่ยนชุดหรือ เปล่าแต่ไม่ใช่พอทำพอถึงเครื่องบินเนี่ยพอลงที่สนามบินภูโลภูตาซึ่งเราก็รู้ได้ว่ายากมากนะคะแล้วพอลงปุ๊บเนี่ยสมเด็จพระราชินีจากประเทศไทยสร้างความตื่นตะลึงตื่นตาตื่นใจให้กับชาวภูตานที่ดูถ่ายทอดสดมากเพราะชุดที่ลงนั้นไม่ใช่ชุดที่อยู่บนเครื่องบินแต่คล้ายกับชุดที่อยู่บนเครื่องบินเพราะชุดที่อยู่บนเครื่องบินนั้นเป็นชุดข้างในแล้วท่านก็คลุมข้างนอกเหมือนกับโอเวอร์คatก็ไม่ปานหรือเหมือนกับเป็นเสื้อคลุมอีกทีนึงเหมือนกับ ราชประแตนอีกทีนึงชุดนี้นะคะเป็นผ้าไหมจากศาลลายยกทองซึ่งเป็นเสื้อไทยทรงราชประแตนสีช็อกโกแลตแล้วก็เป็นผ้าไหมที่เรียกว่าไล่สีบนลงล่างในมูลนิยส่งเสริมศิลปาชีพบอกว่าชุดนี้นะคะเป็นผ้าผ้าซึ่งทำจากไหมแพรวาฉลองพระองค์เป็นผ้าทำจากไหมแพรวาจากสมาชิกศิลปาชีพผ้าไหมแพรวาบ้านโพนจังหวัดกาฬสินธุ์มีเอกลักษณ์การทอแบบจกและขีดผสานเส้นไหมหลักสีอย่างประณีตงดงามจนเกิดลายวิจิตรที่เห็นเนื้อผ้านั้นเรียบเนียนกันเป็นเนื้อเดียวกันเลยและนี่ คือแพรวาราชินีแห่งผ้าไหมซึ่งเป็นสมบัติล้ำค่าของแผ่นดินมากและได้รับการส่งเสริมจากศูนย์ศิลปาชีพสมเด็จเส็จพระนางเจ้าใช้สีสีน้ำตาลช็อกโกแลตข้างบนนะคะแล้วก็ไล่สีลงมาไล่สีลงมาไล่สีลงมาข้างล่างจนกระทั่งถึงฉลองพระบาทที่อ่อนไปเลยนี่จะเป็นลักษณะเหมือนกับว่าใส่ชุดข้างในเอาไว้ตัวนึงแล้วก็มาคลุมด้วยโอเวอร์คatคอคอปิดแขนยาวอีกตัวนึงแล้วก็เอาผ้าที่ตัดฉลองพระองค์นี่แหละค่ะมาถือเป็นกระเป๋าคลัชนี่คือชุดแรกที่สร้างความตื่นตะลึง ชุดที่2ค่ะชุดที่2นั้นเป็นผ้าไหมลำพูนสีเทาเงินเสื้อประยุกต์คอตั้งสีฟ้าพาสเทลการจับคู่ของผ้าทอลำพูนลายราชวัตรที่ขึ้นชื่อเรื่องโครงสร้างลายเส้นเรียบหรูกับเสื้อไทยแขนยาวคอตั้งซึ่งตัดเย็บด้วยเทคนิคเฟรนชแล้วตะเข็บเนี่ยเรียบเนียนไร้ที่ติดแสดงให้เห็นถึงความละเมียดละไมทุกมิลลิเมตรลุคนี้สะท้อนความสุภาพสงบแล้วก็เป็นมิ่งมีมิ่งมิตรไมตรีซึ่งจะเห็นได้ว่าพระองค์ทรงเลือกใช้สีเพื่อส่งสารฟ้าอ่อนคือไมตรีและเป็นการเปิดใจเป็นการทูตวัฒนธรรมด้วยภัตราภรณ์ แล้วชุดนี้จะเห็นได้ว่าเสื้อสีฟ้าเนี่ยนะคะที่เป็นผ้าไหมลำพูนเนี่ยจะมีการปักเย็บลวดลายกระจุ๋มกระจิ๋มละเมียดละไมตั้งแต่คอเสื้อลงไปจนกระทั่งถึงชายเสื้อแล้วก็ถึงที่ขอบแขนส่วนทางด้านของส่วนทางด้านของผ้าทอลำพูนลายราชวัฏนี้ก็เป็นผ้าทอลำพูนซึ่งล้ำค่าเหลือเกินทั้งนิ่มทั้งมีพลังแล้วก็งดงามและจะเห็นได้ว่าพระองค์นั้นใช้กระเป๋าหญ้าลิเภาซึ่งว่ากันว่าเป็นกระเป๋าหญ้าลิเพาที่เป็นของพระพันปีซึ่งพระองค์ได้สะสมเอาไว้ชุดนี้เรียกว่า compleพeteลุมากสวยสง่าแล้วก็ใช้สีที่มีความสุภาพเรียบร้อยอ่อนโยนชุดถัดมาค่ะชุดถัดมานี่เป็นชุดที่เรียกว่ามโหรทึกจริงๆเนื่องจากว่าชุดนี้เนี่ยนะคะเป็นชุดที่ใช้ผ้าไหมสีน้ำตาลเข้มนะคะเป็นชุดไทยอมรินทร์ข้างบนสีน้ำตาลเข้มนะคะแล้วก็ข้างล่างเนี่ยเป็นผ้ายกทองแล้วก็ถือกระเป๋าย่านลิเภาอีกทรงนึงนะคะของพระพันปีแต่ว่าลุกนี้สมเด็จพระนางเจ้าท่านสร้อยท่านทรงสังวาลย์แล้วก็มีโหงเป็นเพชรอยู่ที่บ่าของพระองค์แล้วก็ใส่พระกุณฑลเล็ก น้อยมากค่ะเหมือนกันพระองค์จะปักเสื้อปักลายเล็กๆน้อยๆอยู่บนฉลองพระองค์จะเห็นได้ว่าตั้งแต่ชุดแรกชุดที่1ชุดที่2ชุดที่3นั้นท่านจะทรงปักลายอยู่เล็กๆน้อยๆตามตัวเสื้อแล้วก็ตามขอบแขนนะคะแต่งานนี้ผ้าสิ้นสีทองอหร่ามนี่จับใจใครเห็นก็ได้แต่ร้องว่าโอ้โหสวยเหลือเกินถัดมาชุดที่4ชุดที่4นั้นเนี่ยนะคะพระองค์จะพระองค์จะค่อยๆทอนจากชุดไทยออกหน่อยนึงละแล้วจะใส่ชุดผ้าของไทยนี่แหละแต่ตัดแต่ตัดแต่งให้คล้ายกับภูตานิดๆหน่อยๆเพื่อเป็นการ ศาลสัมพันธไมตรีเอาพระรเนี่ยเอาชุดเสื้อผ้าเอาฉลองพระองค์เนี่ยเป็นเหมือนกับทูตศาลสัมพันธไมตรีชุดนี้นะคะทำมาจากศิลปะชาวลหู่เป็นผ้าของชาวลหู่ค่ะซึ่งอยู่ในโครงการศิลศิลปชีพเหมือนกันผ้านี้เนี่ยนะคะเป็นผ้าปักจากชาวไทยภูเขาเผ่ามูเซอร์ละหูซึ่งเป็นลายปักที่ละเอียดงดงามลายผ้าเกิดจากการบรรจงสร้างสรรค์ด้วยฝีมือประณีตของหญิงสาวชนเผ่าซึ่งมีความอ่อนช้อยของวัฒนธรรมมีความอ่อนช้อยด้วยการใช้เส้นด้ายสีธรรมชาติปักทับซ้อนกัน เป็นลวดลายเรขาคณิตที่เปลี่ยนความหมายผืนผ้าปักเนี้ยได้รับการส่งเสริมมายาวชาวนานจนกระทั่งชาวบ้านเนี่ยมีรายได้เป็นประจำแล้วศิลปะการปักผ้าของชาวมูเซอร์เป็นที่รู้จักกันฟ้างขวางมากทั้งในและต่างประเทศสมเด็จพระนางเจ้านำเอาผ้าปักของชาวมูเซอร์ลหูเนี่ยนะคะเอามาวางเป็นทางขวางข้างบนขวางเล็กเล็กแคบข้างล่างขวางใหญ่ขว้างซึ่งขวางบนและขวางล่างเนี่ยจริงๆแล้วดีไซน์ชุดขวางบนและขวางล่างนี่ยากมากที่จะทำออกมาได้สวยแต่ชุดนี้สวยและสงาม มากและพระองค์ก็ใช้ผ้าจากเสื้อตัวบนนั้นเนี่ยตัดเป็นกระเป๋าถือนะคะซึ่งเป็นกระเป๋าถือที่โก้และเก๋เหลือเกินนี่ก็เป็นศิลปะชาวลาหู่เป็นผ้าชาวลหูที่ตัดเป็นแนวขวางเพราะว่าชุดของชาวภูตาลส่วนใหญ่ถ้าเรามองดูแล้วจะเห็นว่าเป็นแนวขวางเสียเป็นส่วนใหญ่ท่านเริ่มะที่จะปรับเปลี่ยนจากไทยกึ่งนึงแล้วก็ปู่ตาดอีกกึ่งนึงชุดถัดมาสวยเหลือเกินในงานราตรีค่ะเป็นชุดที่ใช้ผ้าซีฟองแล้วก็ปล่อยชายยาวซ้ายขวาซึ่งเราจะเคยเห็นลักษณะแบบเดียว กันนี้มาแล้วในงานราตรีคราวนี้ซึ่งคราวนั้นเป็นสีม่วงคราวนี้เป็นสีพาสเทลหมดทั้งฉลองพระองค์เลยล่ะค่ะเป็นผ้าจกราชบุรีนะคะซึ่งทั้งฉลองพระองค์เนี่ยตัวในเนี่ยเป็นตัวยาวเป็นผ้าจกราชบุรีซึ่งผ้าไหมจกราชบุรีเนี่ยงามระยิบระยับบนเส้นทางไมตรีนี้ในกาลนี้เนี่ยนะคะซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฉลองพระองค์ด้วยผ้าไทยไหมจกลายราชบุรีฝีมือการทออันประณตของสมาชิกศูนย์ศิลปาชีพจังหวัดแม่ฮ่องสรค่ะซึ่งอยู่ที่บ้านห้วยเดื่อตำบลผาป่องอำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสรตามพระราชสาวณีของพระพันปีแล้วก็ผ้าปืนเนี่ยนำมาดีไซน์เป็นกระโปรงยาวแล้วก็ผ้าชีฟองเนี่ยใส่ทับไปอีกองค์อีกตัวนึงแล้วก็ปล่อยชายซ้ายขวาเวลาเดินชายซ้ายขวาก็จะเปรียบเสมือนกับสบซึ่งผ้าไหมจกลายราชบุรีงามระยิบระยับที่ภูตานนี้นะคะท่านก็เอาผ้าเนี่ยผ้าเนี่ยที่ตัดชุดเนี่ยมาทำเป็นกระเป๋าคลัชซึ่งถือออกมางดงามตะการตามากแล้วก็น้อยแต่มากเหมือนเดิมค่ะใส่ต้มหูเพชรเนี่ยน้อยแต่มากๆคือจะเห็นว่าพระราชินีเนี่ยจะไม่ ประโคมเพชรนินจินดาลงไปมากมายนะคะแต่ท่านจะเน้นด้วยการใช้ผ้าผ้าของไทยแล้วนำมาตัดเย็บให้เข้ากับลักษณะของสถานที่ที่จะไปดังนั้นเนี่ยผ้าของผ้าไหมจกราชบุรีคราวนี้ก็จึงทำเป็นลายขวางขวางทั้งองค์เลยก็เหมือนกับที่ภูตาลใส่ผ้านุ่งเป็นลายขวางนั่นเองค่ะชุดที่6เป็นผ้าซิ้นลายเครือเถาเสื้อแขนยาวทรงเรียบพระองค์เลือกใช้ผ้าซิ้นลายเครือเตาอันวิจิตรจากภาคเหนือถอดแบบลายมาจากพันธุ์ไม้ที่เติบโตในดินแดนสูงผ้าทอนี้ใช้เทคนิคขีด3ตะกอต้อง ใช้แรงช่างทอที่มีความชำนาญ3คนจึงจะควบคุมลายได้ตรงนี่คือความลึกซึ้งของวัฒนธรรมชาติภันธุ์เป็นแฟชั่นที่มีประวัติศาสตร์มีชุมชนและมีจิตวิญญาณแล้วก็ท่านก็เลือกสีได้กลมกลืนกันกับพื้นที่ก็คือจะเห็นได้ว่าท่านจะใช้สีที่เป็นเอทoneสีพาสเทลมูลธิศ์ศิลปชีพนะคะบอกว่านี่คือศิลปะของแผ่นดินใต้ฉลองพระองค์การนี้สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีทรงฉลองพระองค์และกระเป๋าทรงถือจากภาจกฝีมือสมาชิกศิลปาชีพตำบลช้างใหญ่อำเภอบางไทรจังหวัด พระนครศรีอยุธยาผ้าจกเนี้ยเป็นงานหัถศิลป์ล้ำค่ารังสรรด้วยเทคนิคการทอแบบดั้งเดิมผสานลวดลายอันปราณีตสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นมาแต่โบราณเส้นไหมแต่ละเส้นถูกสอดทออย่างประณีตละเอียดอ่อนจนเกิดเป็นลวดลายที่สะท้อนเอกลักษณ์แห่งความงามของไทยอย่างสง่างามแล้วแฝงไปด้วยความหมายแห่งความเป็นสิริมงคลตามแบบแผนวัฒนธรรมไทยที่ยึดถือความปราณีตฉลองพระองค์และฉลองพระหัตถ์ด้วยภาพฝีมือราษฎรไทยครั้งนี้จึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่งต่อสมาชิกโครงการศิลปาชีพบางไทรพระองค์นำ ผ้าจกจากฝีมือศิลปชีพตำบลช้างใหญ่อำเภอบางไชัยอยุธยาเอาผ้าจกเนี่ยเอามาตัดเป็นชุดลายขวขวางเหมือนเดิมค่ะแล้วชุดนี้เนี่ยจะคลุมด้วยเสื้อผ้าไหมผ้าไหมเนี่ยจะมีปกตัดสีขาวแล้วก็จะมีพับข้อมือจะลักษณะคล้ายภูตาลแล้วเห็นมั้ยคะแต่ว่าจะลักษณะที่ตรงข้อมือจะไม่ใหญ่เท่าภูตาลแล้วการซ้อนปกนั้นการซ้อนคอเสื้อจะไม่ได้ซ้อนแบบภูตาลแต่จะเป็นตรงลงมาแล้วมีปกเสื้อตัดสีขาวนิดนึงตัดขอบแขนสีขาวนิดนึงแต่ว่าผ้านุ่งเนี่ยจะตัดแบบภูตาลเลยโดยใช้ผ้าของ ไทยซึ่งตัดแบบภูตาลแปลว่าปกติแล้วเนี่ยเราจะนุ่งสิ้นเนี่ยนะคะเราจะนุ่งสิ้นมาข้างหน้าแต่ภูตาเนี่ยสิ้นเนี่ยจะอยู่ข้างหลังหมายถึงรอยทรอยทบเนี่ยการทบกันเนี่ยปกติเรานุ่งสิ้นเราทบข้างหน้าแต่ชาวภูตานจะทบข้างหลังและพระองค์ทบข้างหลังนี่คือพระของไทยที่ตัดออกมาได้แบบภูตาลเลยค่ะแล้วภาพนี้ก็เป็นที่ฮือฮามากเมื่อท่านส่งชุดนี้ยิงธนูอยู่บนฉลองพระบาทส้นสูงซึ่งเท่มากเลยนะคะเป็นชุดที่ทุกคนหลงรักมากชุดที่7ค่ะท่านก็แต่งกายคล้ายชาวภูตาน อีกเช่นกันไม่ว่าจะเป็นคอเสื้อนะคะไม่ว่าจะเป็นแขนที่ใหญ่ขึ้นนะคะแล้วก็ชายเสื้อที่สั้นขึ้นแล้วก็ตัวเสื้อข้างในก็ยังเป็นลายขวางเหมือนเดิมนะคะเป็นผ้าจกไหมญวนราชบุรีค่ะเป็นผ้าจกไทยวนราชบุรีค่ะชุดสีชมพูนี้ท่านก็ตัดกระเป๋าจากลายเสื้อเหมือนกันท่านก็ตัดกระเป๋าจากผ้าของเสื้อเหมือนกันแล้วก็ใส่เครื่องประดับเล็กน้อยชุดสีชมพูนี่ชมพูงามละมุนงามตามากผ้าจกไทยวนราชบุรีซึ่งตัดแล้วละไม้คล้ายคลึงกับชุดของชาวภูตานะคะชุดถัดมาค่ะเป็นชุด ผ้าไหมไทยค่ะผ้าไหมไทยทั้งองค์คราวนี้ท่านไม่ใส่ชุดไทยจ๋าละท่านไม่ใส่ชุดไทยแบบคีร่าละท่านคือท่านแต่งชุดไทยสากลละเป็นชุดไทยสากลฉลองพระองค์ไทยสากลเนี่ยเป็นเสื้อกับกระโปรงนะคะซึ่งเป็นผ้าไหมไทยแล้วก็เข้าชุดกันแต่ว่าลวดลายที่อยู่บนเสื้อฉลองพระองค์นั้นเนี่ยเป็นลวดลายคล้ายกับลวดลายของชาวภูตานเป็นผ้าคล้ายกับภูตาลนะคะแล้วประดับประดาคล้ายกับภูตานเหมือนกันก็คือยังไม่ทิ้งความเป็นภูตาลแต่ว่าเป็นการฉลองพระองค์ชุดทันสมัย แล้วเหมือนเดิมค่ะชุดถัดมาค่ะเป็นชุดที่เสด็จกลับเป็นผ้าไหมไทยซึ่งเป็นการทอลายประแจจีนนะคะแล้วก็เพิ่มเข็มกลัดดอกไม้แล้วก็ต้มหูนิดหน่อยคือชุดผ้าไหมสีน้ำเงินครามชุดนี้กับฉลองพระบาทนั้นเป็นสีเดียวกันแล้วท่านก็เสด็จกลับด้วยชุดผ้าไหมไทยสีน้ำเงินซึ่งเรียกว่าเป็นบลูจริงๆนะฮะเป็นบลบูเหลือเกินไหมสีน้ำเงินบลูมากแล้วท่านก็ฉลองพระองค์ชุดนี้เดรสชุดนี้ขึ้นเป็นทำหน้าที่โคไพลอด้วยไม่ได้เปลี่ยนชุดเลย10ชุดที่อยู่ในภูตานเป็น 10ชุดที่สร้างความตื่นตะลึงให้กับชาวภูตานแล้วก็คนไทยแล้วก็ทั่วโลกมากเพราะว่าทำจากผ้าไทยจากผ้าไทยจากศูนย์ศิลปาชีพผ้าไทยที่ต่างๆทั้งภาคเหนือทั้งกระเป๋าจากภาคใต้ทั้งจากราชบุรีทั้งจากอยุธยาหลายๆจังหวัดและหยิบจับผ้าไทยขึ้นมาแล้วนำมาผ่านกระบวนการทางความคิดการวางแผนว่าเราจะลงจากเครื่องบินไปด้วยชุดอะไรเราจะจากไทยจากชุดไทยสีฟ้าจากชุดไทยอมรินสีน้ำตาลเข้มช็อกโกแลตแล้วค่อยๆแปลงมาสู่ชุดคล้ายๆคล้ายๆเป็นชุดปูตาลนิดๆหน่อยๆเห็นปึ๊บ รู้เลยว่าผสมผสานระหว่างผ้าไทยให้กลายเป็นชุดภูตานแล้วก็จากนั้นก็กลับมาเป็นชุดไทยสากลก็คือกระโปรงผ้าไมแล้วก็เสื้อแล้วก็ปิดท้ายด้วยสีบลูก็คือสีalบueแล้วก็เดสชุดนี้ล่ะค่ะก็ไปใช้เป็นชุดที่เดินทางกลับคืนสู่ประเทศไทยแล้วก็ใช้เป็นชุดที่ขับเครื่องบินแล้วก็เป็นคลิปที่น่ารักมากเป็นคลิปที่ส่งบ๊ายบายไปแล้วนะบ๊ายบายแล้วก็ชักชวนชี้ชวนให้พระเจ้าอยู่หัวได้เห็นว่ากษัตริย์ภูตาลและพระราชินภูตาลก็โบกมือลาและทางนี้ก็โบกมือลาเช่นกันแล้ว ทั้ง2พระองค์ก็ทรงทำหน้าที่ไพรอกับโคไพรอขับเครื่องบินขึ้นเหนือฟ้าราชอาณาจักรภูตามังกรสายฟ้ากลับคืนสู่แผ่นดินสยามด้วยความสำเร็จอันงดงามและยิ่งใหญ่เกรียงไกรไปสู่สายตาคนไทยทั้งประเทศและชาวโลกนี่คือการใช้ฉลองพระองค์เป็นการสื่อทางการทูตที่เนียนที่สุดละออละมุนละไมที่สุดเลยชุดเหล่านี้กลายเป็นเรื่องที่อื้ออึ่งและกล่าวขานกันอยู่พระราชินีของไทยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีสุทธิดาค่ะ