เปิด 5 อาหาร ยิ่งกินมากเท่าไร เสี่ยงหัวล้านโดยไม่รู้ตัว

เปิด 5 อาหาร ยิ่งกินมากเท่าไร เสี่ยงหัวล้านโดยไม่รู้ตัว

หลายคนยอมจ่ายเงินจำนวนมากให้กับเซรั่มราคาแพง แชมพูสมุนไพรระดับพรีเมียม หรือเข้าซาลอนเป็นประจำทุกสัปดาห์ แต่เส้นผมก็ยังร่วงเกลื่อนพื้นทุกครั้งที่หวี ความจริงแล้ว ความลับของเส้นผมที่ดกหนาและแข็งแรง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการดูแลภายนอกเพียงอย่างเดียว หากยังขึ้นอยู่กับสิ่งที่รับประทานเข้าไปในร่างกายอย่างมาก

อาหารบางชนิดเป็นของโปรดของใครหลายคน แต่กลับเป็น ศัตรูตัวร้าย ที่ทำลายรากผมจากภายใน ทำให้ผมบางลงและหนังศีรษะเริ่มเห็นชัดในเวลาไม่นาน หากไม่อยากให้ผมร่วงเป็นกำ ๆ และยังไม่ทันแก่ก็ต้องเผชิญกับภาวะศีรษะล้าน ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหาร 5 ประเภทต่อไปนี้อย่างไม่ยั้งคิด

1. คาร์โบไฮเดรตขัดสี เช่น ขนมปังขาว บิสกิต และขนมหวานต่าง ๆ เป็นของว่างที่คุ้นเคย แต่แฝงความเสี่ยงต่อการทำให้ผมร่วงสูง เมื่อบริโภคคาร์โบไฮเดรตขัดสีมากเกินไป ร่างกายจะตอบสนองด้วยการเพิ่มภาวะการอักเสบทั่วร่างกาย ส่งผลให้วงจรการเจริญเติบโตของเส้นผมถูกรบกวน รากผมอ่อนแอและหลุดร่วงเร็วกว่าปกติ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เลือกธัญพืชไม่ขัดสี เพื่อให้ได้รับวิตามินบีและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการยึดเกาะของรากผม

2. อาหารทอด โดยอาหารที่ผ่านการทอดด้วยน้ำมันจำนวนมากและอุณหภูมิสูง เป็นแหล่งของไขมันทรานส์และโอเมกา-6 ที่สูง แต่กลับขาดสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อเส้นผม การรับประทานอาหารทอดบ่อย ๆ ทำให้เกิดภาวะเครียดออกซิเดชัน และกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมันบนหนังศีรษะมากเกินไป ส่งผลให้รูขุมขนอุดตัน รากผมขาดอากาศและหลุดร่วงได้ง่าย เพื่อลดความเสี่ยง ควรหลีกเลี่ยงอาหารทอด และเลือกวิธีปรุงแบบนึ่งหรือต้มแทน

3. ปลาเนื้อใหญ่ที่มีสารปรอทสูง เช่น ปลาทูน่า ปลาทูราชา หรือปลาทะเลน้ำลึกขนาดใหญ่ มักสะสมสารปรอทในร่างกายในปริมาณสูง หากบริโภคบ่อยเกินไป ระดับปรอทในเลือดจะเพิ่มขึ้น และส่งผลกระทบต่อการสังเคราะห์โปรตีนที่เป็นองค์ประกอบของเส้นผม งานวิจัยระบุว่า การได้รับสารปรอทมากเกินไป เป็นสาเหตุสำคัญของภาวะผมร่วงเฉียบพลันทั้งในผู้ชายและผู้หญิง ควรจำกัดการบริโภคปลาเหล่านี้ไม่เกินสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง

4. เนื้อแดง แม้เนื้อแดงจะอุดมด้วยโปรตีน แต่การบริโภคมากเกินไปอาจกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมันใต้หนังศีรษะมากผิดปกติ ไขมันที่หลั่งออกมามากเกินไปไม่เพียงทำให้เกิดสิว แต่ยังทำให้รากผมอ่อนแอลง นอกจากนี้ การกินเนื้อแดงในปริมาณมากยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการอักเสบ และส่งผลเสียต่อการดูดซึมธาตุเหล็กและสังกะสี ซึ่งเป็นสารสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้บริโภคเนื้อแดงไม่เกิน 350–500 กรัมต่อสัปดาห์ และควรสลับกับโปรตีนจากปลาและสัตว์ปีก

5. เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เช่น น้ำอัดลมและชานมไข่มุก หากดื่มในปริมาณมาก ไม่เพียงส่งผลเสียต่อรูปร่าง แต่ยังเป็นศัตรูของเส้นผม น้ำตาลทำให้ระดับอินซูลินในเลือดพุ่งสูง ส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดไปยังรากผมบริเวณหนังศีรษะ เมื่อเส้นผมได้รับเลือดและออกซิเจนไม่เพียงพอ จะเปราะบาง แห้ง และขาดหลุดร่วงง่าย

แม้แต่น้ำอัดลมสูตรไดเอตที่ใช้สารให้ความหวานเทียม ก็ไม่ปลอดภัยนัก เพราะอาจรบกวนสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ ทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารที่จำเป็นต่อเส้นผม เช่น กรดโฟลิก ได้ยากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้จำกัดน้ำตาลที่เติมเพิ่มไม่เกิน 25 กรัมต่อวัน