ข่าวล่าสุด: รายละเอียดงานพระราชพิธีพระศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

ข่าวล่าสุด: รายละเอียดงานพระราชพิธีพระศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ วันนี้เวลา16:26น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวณารีรัตราชกัญยาสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติมหาวชิโรตมังกูลสิริวิบูลราชกุมารและเจ้าคุณพระสินีนาถพิราชกัลยาณีไปยังอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาติไทยโดยมีสมเด็จพระกณิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตราราชสุดาสยามบรมราชกุมารีสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรวลักษณ์อัครราชกุมารีกรมพระศรี สวางควัฒวรขัตติยราชนารีรอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จณชั้น29อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์จากนั้นสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิตสถิตมหาสีมารามนำขบวนเชิญพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวงโดยมีคณะแพทย์และพยาบาลที่ถวายการรักษาเชิญพระบรมศพลงจากอาคารภูมิสิริมังคลานุสรแล้วเชิญพระบรมศพขึ้นรถยนต์หลวงออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาตไทยไปยังพระบรมมหาราชวังในกาลนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินตามรถยนต์หลวงเชิญพระบรมศพออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาติไทยทั้งนี้ตลอดเส้นทางที่ขบวนรถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนผ่านตั้งแต่หน้าอาคารภูมิศิริมังคลานุสรณ์รวมถึงทั่วบริเวณโดยรอบด้านหน้าโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาติไทยได้มีผสกนิกรทุกหมู่เหล่าจำนวนมากต่างสวมใส่ชุดสีดำไว้ทุกข์มารอเฝ้าทูละอองธุลีพระบาททรงเสด็จสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินี นาถเพราะบรมราชชนนีพันปีหลวงด้วยความรักและอาลัยอย่างหาที่สุดมิได้ด้วยพระราชกรณียกิจอันน้อยใหญ่ของพระองค์ล้วนเป็นอเนกอานนัน์สร้างคุณอุปการต่อปวงชนชาวไทยมาอย่างยาวนานทรงเปรียบดั่งแม่ของแผ่นดินเมื่อขวัญเชิญพระบรมศพเคลื่อนออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาติไทยไปตามถนนอังรีดูนังแล้วเลี้ยวขวาออกถนนพระรามที่4มุ่งหน้าแยก3ญาติเลี้ยวขวาเข้าถนนพญาไทยที่แยกถนนพญาไทยเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนศรีอยุธยาผ่านบริเวณกองพลทหารม้าที่2 รักษาพระองค์และวัดเบญจมบพิตดุสิษวนารามก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าถนนราชดำเนินถนนหน้าพระลานเข้าสู่พระบรมมหาราชวังทางประตูวิเศษชัยศีรวมระยะทางประมาณ10กม.ซึ่งตลอดเส้นทางที่ขบวนรถยนต์เชิญพระบรมศพเคลื่อนผ่านมีผสกนิกรรอเฝ้าส่งเสด็จเป็นจำนวนมากหลายคนร่ำไห้ด้วยความโศกเศร้าโดยขบวนรถยนต์เคลื่อนผ่านไปอย่างช้าๆเพื่อให้พสกนิกรได้มีโอกาสเฝ้าส่งเสด็จเป็นครั้งสุดท้ายทั้งนี้เมื่อวันที่25ตุลาคม256สำนักพระราชวังได้มีประกาศเรื่องสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระ บรมราชชนกรณีพันปีหลวงสวรรคตดังข้อความตอนหนึ่งว่าตามที่คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวงได้ขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวงเสด็จพระราชดำเนินไปประทับที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาติไทยตั้งแต่วันที่7กันยายนพุทธศักราช2562เพื่อติดตามพระอาการทางระบบต่างๆความทราบทั่วกันแล้วนั้นในช่วงที่ประทับที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาติไทยสมเด็จพระ นางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงพับประชวนหลายครั้งและคณะแพทย์ตรวจพบความผิดปกติทางระบบต่างๆทำให้คณะแพทย์ต้องถวายการรักษาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่17ตุลาคมพุทธศักราช256สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงพระประชวนจากภาวะติดเชื้อในกระแสพระโลหิตแม้ว่าคณะแพทย์จะถวายการรักษาอย่างสุดความสามารถแล้วแต่พระอาการทรุดหนักลงตามลำดับถึงวันศุกร์ที่24ตุลาคมพุทธศักราช256เวลา21:21 นเสด็จสวรรคตณโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาติไปด้วยพระอาการสงบสิริพระชนพรรษาปีที่93สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตรให้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่สำคัญยิ่งหลายประการอาทิทรงเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ทรงดำรงตำแหน่งสภานายกิกาสภากาชาติไทยนอกจากนี้ยังทรงแบ่งเบาพระราชกิจในการช่วยเหลือราษฎรได้เป็นอย่างมากอาทิทรงก่อตั้ง มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวงและทรงริเริ่มโครงการพระราชดำริต่างๆทั่วประเทศซึ่งล้วนแล้วแต่ยังประโยชน์มหาศาลแก่ปวงชนชาวไทยสืบมาจนทุกวันนี้เวลา17:4น.ขบวนรถยนต์หลวงเชิญพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวงผ่านประตูวิเศษชัยศีประตูพิมานชัยศีไปยังพระที่นั่งพิมารรัตยาในพระบรมมหาราชวังเพื่อถวายน้ำสงฆ์พระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระ บรมราชชนนีพันปีหลวงณที่นั้นทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญยาสิริวัฒนาพณวดีและท่านผู้หญิงสิริกิตติยาเจนเซ่นเฝ้าทูละอองธุลีพระบาทรับเสด็จในกานี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถวายพระภูษาตากรรมคลุมพระบรมศพจากนั้นทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสำหรับพระบรมศพบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระ บรมศพแล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าปวดกระหม่อมให้พระบรมวงศ์ศานุวงศ์ถวายน้ำสงฆ์ที่พระบาทพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับหม้อทองคำลายกรีบบัวบรรจุน้ำสงฆ์พระอบแก้วบรรจุน้ำขมิ้นและพระอบแก้วบรรจุน้ำพระสุคลทรงสงฆ์ที่พระอุระบรมศพทรงหวีพระเกศาขึ้นครั้งหนึ่งทรงหวีลงครั้งหนึ่งแล้วทรงหวีขึ้นอีกครั้งหนึ่งและทรงหักพระสางนั้นวางในพานขณะนั้นเจ้าพนักงานประคมสางแรงแรอนแรฝรั่งปี่กองชนะปี่พาทยทหารกองเกียรติยศพระบรมโศพถวาย ความเคารพดุริยางบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีทหารปืนใหญ่ยิงปืนถวายพระเกียรตินาทีละ1นัดตลอดเวลาเมื่อเชิญพระบรมศพลงพระหีบแล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงวางซองพระศรีทองคำลงยาบรรจุดอกบัวตูมและธูปเทียนที่พระอุราพระบรมศพทรงรับแผ่นทองคำจำหลักลายดุลมีพระกันปิดพระพักทรงรับพระชดาทองคำลงยาวางข้างพระเศียรพระบรมศพจากนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ทหารมหาดเล็กราชวัลภรักษาพระองค์และพระตำรวจหลวงเชิญพระหีบพระบรมศพไปยังพระ ที่นั่งดุสิตมหาปราสาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีและพระบรมวงศ์ศานุวงศ์ทรงพระดำเนินตามเมื่อประดิษฐานพระหีบพระบรมศพบนพระแท่นแว่นฟ้าทองประกอบพระโกศองใหญ่ภายใต้พระเสวตฉัตร9ชั้นแวดล้อมด้วยเครื่องสูงหักทองขวางมีชุมสายฉัตร5ชั้นบังแทรกฉัตร7ชั้นต้นไม้ทองเงินณมุกตะวันตกพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีทรงวางพวงมาลาที่หน้าพระโกศพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยาราชาวดีและทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยารองและทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยต่อจากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทอง2ชั้นบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาลที่หน้าพระแท่นพระนพปดลมหาเศวตฉัตรทรงกราบจากนั้นทรงทอดพระไตร11ไรพระสงฆ์สดับทรงหลั่งทักษิโนทกพระสงฆ์ถวายอนุโมทนาเสร็จแล้วทรงทอดผ้าไตร11ไรจำนวน2เที่ยวแล้วทรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีสมเด็จพระกณิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารีและทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญยาสิริวัฒนาทรงทอดผ้าไตรจนครบ93ไตรเท่าพระชมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีต่อจากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าพระแท่นเตียงพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมด้านตะวันออกและด้านตะวันตกณมุกเหนือพระที่นั่งดุสิทิมหาปราสาทแล้วทรงบำเพ็ญพระ ราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพเมื่อครบ4จบพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทอดผ้าไตรพระราชาคณะ1รูปที่จะถวายอดิเรกและพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม8รูปพระสงฆ์สดับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีทรงหลังทักษิโนทกพระสงฆ์ถวายอนุโมทนาถวายอดิเรกถวายพระพรลาแล้วเสด็จพระราชดำเนินไปหน้าเครื่องนมัสการหน้าพระแท่นพระนพปดลมหาเศวตฉัตรทรงกราบพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีเสด็จพระราชดำเนินไปหน้าพระโกศพระบรมศพทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่เป็นหลักชัยของชาติที่พสกนิกรต่างเคารพรักและเทิดทูลยิ่งประดุจดั่งแม่ของแผ่นดินซึ่งตลอดระยะเวลายาวนานหลายทศวรรษทุกช่วงเวลาในความทรงจำของปวงชนชาวไทยด้วยพระราชกรณียกิจนานประการที่ทรงช่วยแบ่งเบาพระราชภาระอันน้อยใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถมพิตรล้วนเป็นคุณอเนกอนันท์ต่อบ้านเมืองทางด้านการทหารทรงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมขวัญกำลังใจ แก่ทหารตำรวจและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องชาติบ้านเมืองโดยทรงดำรงตำแหน่งเป็นผู้บังคับการพิเศษของหน่วยทหารหลายหน่วยซึ่งเป็นเครื่องแสดงถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างพระองค์กับกองทัพไทยไม่เพียงเท่านี้ยังมีพระราชดำริในการริเริ่มโครงการต่างๆล้วนก่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติช่วยให้ราษฎรได้พ้นจากความยากจนพึ่งพาตนเองได้และร่วมการรักษาทรัพยากรธรรมชาติตลอดจนมรดกศิลปะวัฒนธรรมของชาติโดยเฉพาะทรงเป็น ผู้นำริเริ่มสนับสนุนฟื้นฟูและสืบทอดงานศิลปะแขนงต่างๆของไทยมิให้เสริมศูนย์เป็นมรดกทางวัฒนธรรมคู่แผ่นดินไทยสืบมาตราบทุกวันนี้ดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่าหากย้อนนึกถึงอายุของชาติไทยซึ่งเป็นชาติเก่าแก่สืบพันมาช้านานนับพันปีด้วยแล้วจะเห็นได้ว่าบรรพสร้างสมสิ่งที่ดีที่เป็นประโยชน์ไว้ให้เราลูกหลานและแม้โลกสิ่งนี้ก็คือวัฒนธรรมของเรานั่นเองทุกคนจึงควรภูมิใจในเผ่าพันทยและวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของเราและสำนึกว่าเป็นหน้าที่โดยตรงที่จะรักษาและ ดำรงอยู่ได้ตลอดไปประกาศสำนักพระราชวังเรื่องการถวายสักการะพระบรมศพสมด็จพระนางเ้าสิริกิตพระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวงด้วยสำนักพระราชวังได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตในการเข้าถวายสักการะพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวงดังนี้1พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ณศาลาสหทัยสมาคมในพระบรมมหาราชวังทุกวันเวลา8:30น.ถึง16:00น.เริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่27ตุลาคม256 ในการนี้ได้จัดสมุดหลวงลงนามถวายความอาลัยไว้ณที่นี้ด้วย2พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทกราบถวายบังคมพระบรมศพณพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ15วันทุกวันเวลา9:00น-21:00น.เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ที่9พฤศจิกายน2563พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ราชสกุลคณะองคมนตรีคณะรัฐบาลคณะบุคคลส่วนราชการรัฐวิสาหกิจภาคเอกชนและประชาชนทั่วไปร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระ อภิธรรมพระบรมศพภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ100วันจึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกันสำนักพระราชวัง26ตุลาคมพ.ธศักราช

ข่าวล่าสุด: รายละเอียดงานพระราชพิธีพระศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ Read More

เตือนแล้วไม่ฟังจะสาย! หลวงตาเยื้อนนิมิตใหญ่ สะเทือนแผ่นดิน ถึงนายก ในรัชกาลที่ 10

เตือนแล้วไม่ฟังจะสาย! หลวงตาเยื้อนนิมิตใหญ่ สะเทือนแผ่นดิน ถึงนายก ในรัชกาลที่ 10 นิมิตที่เกิดขึ้นจากผู้ปฏิบัติธรรมอย่างแท้จริงมิใช่สิ่งที่เกิดจากความอยากเด่นอยากดังหรือความปรารถนาจะให้ใครเชื่อแต่เป็นผลของจิตที่ค่อยๆวางลงอย่างเป็นธรรมชาติวางจากอัตตาวางจากความยึดมั่นในตัวตนและวางจากความต้องการจะควบคุมทุกสิ่งรอบตัวเมื่อใจไม่ดิ้นรนไม่ไขวคว้าและไม่แสวงหาการยอมรับจากใครจิตเช่นนี้ย่อมเปิดกว้างพร้อมรับรู้ความจริงของโลกตามที่มันเป็นเพื่อเติมพลังใจและจิตวิญญาณของคุณหากคุณเห็นว่ามีประโยชน์โปรดกดติดตามและ สนับสนุนช่องของเราการสนับสนุนของคุณคือแรงบันดาลใจให้เราสร้างสรรค์ผลงานต่อไปหลวงตาเยื้อนเป็นตัวอย่างของพระผู้ปฏิบัติที่ดำเนินชีวิตเรียบง่ายสมถะและไม่ยึดติดกับชื่อเสียงหรือคำสรรเสริญท่านไม่แสวงหาผู้ติดตามไม่สร้างภาพและไม่หวัหวั่นไหวต่อคำวิจารณ์ไม่ว่าจะเป็นคำยกยอหรือคำติฉินเพราะท่านรู้ดีว่าสิ่งเหล่านั้นล้วนเป็นเพียงเสียงของโลกไม่ใช่สาระของการเดินบนทางธรรมเมื่อใจไม่ไหวตามเสียงเหล่านั้นใจก็จะค่อยๆกลับสู่ความ นิ่งและความตรงด้วยเหตุนี้เมื่อนิมิตปรากฏขึ้นในจิตของผู้ปฏิบัติอย่างหลวงตาเยื้อนจึงมิใช่เรื่องน่าประหลาดหากมองจากสายตาของผู้ที่เข้าใจการภาวนาอย่างลึกซึ้งเพราะจิตที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างยาวนานย่อมมีความละเอียดอ่อนสามารถรับรู้ความเปลี่ยนแปลงของเหตุปัจจัยได้ก่อนที่ผลจะปรากฏอย่างชัดเจนในโลกภายนอกในทางพระพุทธศาสนาจิตที่สงบตั้งมั่นเปรียบเสมือนผิวน้ำที่เรียบใสเมื่อไม่มีคลื่นแห่งความฟุ้งซ่านรบกวนสิ่งใดสะท้อนลงมาก็ย่อม ปรากฏอย่างชัดเจนจิตที่สะอาดปราศจากความโลภความโกรธและความหลงย่อมเห็นสิ่งต่างๆตามเหตุเหตุและผลไม่บิดเบือนตามอารมณ์หรืออคติของตนเองภาพที่ปรากฏในนิมิตจึงมิใช่ภาพลวงตาที่เกิดจากความคิดปรุงแต่งหากแต่เป็นการสะท้อนของกรรมกระแสของเหตุปัจจัยและความเปลี่ยนแปลงที่กำลังก่อตัวอยู่ในโลกเป็นเหมือนเงาของสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นหากเหตุยังคงดำเนินไปในทิศทางเดิมนิมิตจึงทำหน้าที่เป็นกระจกไม่ใช่คำสั่งและไม่ใช่คำพิพากษาสิ่งสำคัญคือหลวงตาเยื้อนไม่เคยอ้างว่า นิมิตของตนคือคำพยากรณ์ที่ทุกคนต้องเชื่ออย่างงมงายท่านไม่เคยบังคับให้ใครเชื่อตามและไม่เคยใช้มันเพื่อสร้างความหวาดกลัวตรงกันข้ามท่านมองนิมิตเหล่านี้เป็นเพียงสัญญาณเตือนที่เกิดขึ้นเพื่อให้มนุษย์หันกลับมาดูใจตนเองว่ายังดำเนินชีวิตด้วยความประมาทหรือไม่ยังหลงในอำนาจความโลภและความยึดมั่นมากเพียงใดในสายตาของหลวงตาเหยนนิมิตไม่มีค่ามากไปกว่าการกระทำในปัจจุบันเพราะแม้นิมิตจะบอกอะไรไว้แต่หากมนุษย์รู้จักหยุดรู้จักวางและ รู้จักเปลี่ยนแปลงตนเองเหตุย่อมเปลี่ยนและผลก็ย่อมเปลี่ยนตามไปด้วยนี่คือหัวใจของธรรมะที่ไม่ได้ผูกชีวิตไว้กับอนาคตแต่ชี้ให้กลับมาดูปัจจุบันอย่างมีสตินิมิตใหญ่ที่กล่าวถึงมิได้เกิดขึ้นในช่วงที่จิตฟุ้งซ่านอ่อนล้าหรือเต็มไปด้วยความคิดปรุงแต่งหากแต่เกิดขึ้นในขณะจิตที่นิ่งสงบลึกและอบเอาไปด้วยเมตตาจิตในภาวะเช่นนี้ไม่เร่งรีบไม่ดิ้นรนและไม่คาดหวังเปรียบเสมือนผิวน้ำที่เรียบสนิทเมื่อไม่มีคลื่นแห่งอารมณ์และความฟุ้งซ่านรบกวน สิ่งใดที่สะท้อนลงมาก็ย่อมปรากฏอย่างชัดเจนตรงไปตรงมาและไม่บิดเบือนตามอคติของตนเองนี่คือเหตุผลที่ครูบาอาจารย์ในอดีตมักกล่าวไว้ว่าของจริงไม่ต้องอธิอธิบายมากเพราะสิ่งที่เกิดจากจิตบริสุทธิ์ไม่จำเป็นต้องใช้ถ้อยคำมากมายเพื่อโน้มน้าวหรือพิสูจน์พลังของจิตเช่นนี้สื่อสารด้วยความเงียบเป็นความเงียบที่ไม่ว่างเปล่าแต่เต็มไปด้วยความหมายผู้ที่ใจสงบย่อมสัมผัสได้โดยไม่ต้องมีใครอธิบายให้เข้าใจหลวงตาเยื้อนเองก็ไม่เคยอวดอ้างหรือนำ เสนอนิมิตของตนในลักษณะที่ยิ่งใหญ่เกินจริงท่านไม่เคยยกตนเองขึ้นเหนือผู้อื่นและไม่เคยใช้ประสบการณ์ภายในมาเป็นเครื่องมือสร้างศรัทถาแบบบีบบังคับสิ่งที่ท่านทำมีเพียงการเล่าอย่างเรียบง่ายด้วยน้ำเสียงสงบและด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความห่วงใยสิ่งสำคัญอย่างยิ่งคือหลวงตาเยื้อนไม่ได้นำเรื่องนิมิตมาเล่าเพื่อสร้างความหวาดกลัวให้ผู้คนท่านไม่ได้พูดด้วยน้ำเสียงคมขู่ไม่ได้เร้าอารมณ์และไม่ได้ชี้นำให้ผู้ฟังตื่นตระหนกตรงกันข้าม คำเตือนของท่านเปลี่ยนด้วยความเมตตาคล้ายผู้เฒ่าที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมองเห็นพายุอยู่ไกลๆแล้วหันมาบอกลูกหลานด้วยเสียงเบาๆว่าเตรียมตัวเถิดคำว่าเตรียมตัวในที่นี้มิใช่การเตรียมใจเพื่อกลัวแต่เป็นการเตรียมใจเพื่อรู้เท่าทันเพื่อไม่ประมาทและเพื่อไม่ใช้ชีวิตด้วยความหลงลืมผู้เฒ่าเช่นนี้ไม่ได้ต้องการให้ใครตื่นตระหนกกับพายุหากแต่ไม่อยากเห็นลูกหลานยืนอยู่กลางลมฝนโดยไม่รู้ตัวแน่นอนว่าเมื่อพูดถึงนิมิตย่อมมีผู้ตั้ง คำถามว่าสิ่งเหล่านี้เชื่อได้หรือไม่ควรเชื่อมากน้อยเพียงใดแต่ในทางธรรมคำถามที่สำคัญยิ่งกว่านั้นไม่ใช่เรื่องของความเชื่อหากคือคำถามที่หันกลับมาหาตนเองว่าเมื่อได้ฟังแล้วใจเราเป็นอย่างไรหากฟังแล้วใจฟุ้งซ่านเต็มไปด้วยความกลัวความกังวลและความยึดติดในรูปแบบนั่นอาจหมายความว่าใจเรายังเกาะอยู่ที่เนื้อเรื่องมากกว่าที่จะเข้าถึงสาระแต่หากฟังแล้วใจค่อยๆนิ่งลงเกิดสติเกิดความรู้ตัวและมองเห็นความไม่แน่นอนของชีวิตอย่างอ่อนโยน นั่นแสดงว่านิมิตนั้นได้ทำหน้าที่ของมันแล้วอย่างสมบูรณ์ในมุมมองของหลวงตาเยื้อนนิมิตไม่ใช่เป้าหมายแต่เป็นเพียงทางผ่านเป้าหมายที่แท้จริงคือการที่ผู้ฟังหันหันกลับมาดูใจตนเองลดความประมาทและเพิ่มความเมตตาให้มากขึ้นในชีวิตประจำวันหากสิ่งที่ได้ฟังทำให้เราพูดเบาลงใจเย็นลงและให้อภัยง่ายขึ้นนั่นย่อมมีค่ามากกว่าการรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในวันข้างหน้าหลวงตาเยื้อนเคยกล่าวไว้อย่างเรียบง่ายนิมิตก็เหมือนเงาไม่ใช่ตัวจริงตัวจริงคือการกระทำของเราใน ปัจจุบันหากมนุษย์ยังคงโลภโกรธหลงแม้ไม่มีนิมิตภัยก็ย่อมเกิดหากมนุษย์รู้จักละรู้จักวางแม้นิมิตใหญ่เพียงใดก็ไม่อาจทำร้ายจิตที่ตั้งมั่นในธรรมได้ในโลกยุคปัจจุบันผู้คนคุ้นชินกับข่าวร้ายคำเตือนและเสียงดังจากภายนอกจนหลงลืมการฟังเสียงเงียบจากภายใดนิมิตของหลวงตาเยื้อนจึงเปรียบเสมือนระฆังใบเล็กๆที่ดังขึ้นในใจผู้ฟังบางคนไม่ได้ดังเพื่อโลกทั้งใบแต่ดังพอให้ผู้ที่ยังมีศรัทถาหยุดเดินหยุดคิดแล้วหันกลับมามองทางที่ตนกำลังเหยียบ ย่ำอยู่สุดท้ายแล้วนิมิตจะจริงหรือไม่อาจไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่มันปลุกขึ้นมาในใจเราหากมันทำให้เราระลึกถึงความไม่เที่ยงความเปราะบางนาชื่อเสียงและชีวิตหากมันทำให้เราอ่อนลงเมตตามากขึ้นและประมาทน้อยลงนั่นก็เพียงพอแล้วเพราะแก่นแท้ของธรรมะไม่ได้อยู่ที่การรู้อนาคตแต่อยู่ที่การรู้ใจในปัจจุบันคำว่าเตือนแล้วไม่ฟังจะสายหากฟังผิวเผินอาจทำให้หลายคนรู้สึกหวาดกลัวราวกับเป็นคำขู่หรือคำพิพากษาแต่ในสายตาของผู้เข้า ใจธรรมคำเตือนนี้กลับเต็มไปด้วยความเมตตาอย่างลึกซึ้งเพราะมันไม่ได้เกิดจากความโกรธไม่ได้เกิดจากความอยากควบคุมใครหากแต่เกิดจากความห่วงใยของผู้ที่มองเห็นเหตุก่อนที่ผลจะปรากฏในพระพุทธศาสนากฎแห่งกรรมไม่ใช่สิ่งลึกลับไม่ใช่เรื่องไกลตัวและไม่ใช่การลงโทษจากใครคนใดคนหนึ่งกรรมคือการกระทำเจตนาคือหัวใจและผลย่อมเกิดขึ้นตามเหตุอย่างซื่อตรงหลวงตาเยื้อจึงมักเตือนเสมอว่ากรรมไม่เคยเร่งกรรมไม่เคยช้าแต่กรรมไม่เคยลืมใครเลย คำเตือนของท่านไม่ได้เจาะจงไปที่คนใดคนหนึ่งหากแต่สะท้อนถึงพฤติกรรมของมนุษย์โดยรวมโดยเฉพาะในยุคที่ผู้คนเร่งรีบแข่งขันและหลงลืมการหยุดฟังเสียงของตนเองหลายครั้งที่เราถูกเตือนแล้วแต่เลือกจะไม่ฟังเพราะคิดว่ายังไม่ถึงตาเราเพราะคิดว่ายังมีเวลาหรือเพราะอัตตาบังตาจนทำให้เรามองไม่เห็นเหวที่อยู่ข้างหน้าจะสายในทางธรรมไม่ได้หมายถึงเวลาบนนาฬิกาแต่หมายถึงช่วงเวลาที่ใจยังมีโอกาสกลับตัวเมื่อใจแข็งกระด้างไม่รับฟังไม่สำนึกแม้โอกาสจะมาถึง ก็กลับมองไม่เห็นนี่คือความสายที่น่ากลัวกว่าสิ่งใดเพราะไม่ใช่สายเพราะโลกแต่สายเพราะใจเราเองหลวงตาเยื้อนไม่เคยกล่าวว่าผู้ที่ไม่ฟังจะต้องพบจุดจบอันเลวร้ายเสมอไปแต่ท่านชี้ให้เห็นอย่างอ่อนโยนว่าทุกการเพิกเฉยต่อคำเตือนคือการเลือกเดินต่อบนเส้นทางเดิมหากเส้นทางนั้นเต็มไปด้วยความโลภความโกรธและความหลงผลที่ปลายทางก็ย่อมไม่ต่างจากเดิมไม่ว่าจะเดินช้าหรือเดินเร็วในชีวิตของคนเราหลายครั้งความทุกข์ไม่ได้เกิดขึ้นทันทีแต่มันค่อยๆสะสมอย่างเงียบ งันเหมือนน้ำที่หยดลงบนหินวันแรกอาจไม่เห็นรอยแต่เมื่อเวลาผ่านไปหินที่แข็งแกร่งก็ยังสึกกร่อนได้กรรมก็เช่นกันเมื่อเราเพิกเฉยต่อคำเตือนเล็กๆซ้ำแล้วซ้ำเล่าวันหนึ่งผลย่อมปรากฏโดยไม่ต้องประกาศล่วงหน้าคำว่าเตือนแล้วไม่ฟังจะสายจึงไม่ใช่คำพิฆากษาแต่เป็นกระจกสะท้อนสติว่าเรายังฟังอยู่หรือไม่ยังอ่อนอยู่หรือเปล่าหรือใจเราเริ่มแข็งจนไม่ยอมรับอะไรอีกแล้วหากยังฟังได้แสดงว่ายังไม่สายหากยังรู้สึกสะเทือนใจแสดงว่ายังมีทางกลับหลวงตา เยื้อนมักเน้นย้ำว่าการฟังธรรมไม่ได้วัดที่จำนวนครั้งแต่วัดที่การเปลี่ยนแปลงของใจบางคนฟังนับ100ครั้งแต่ใจไม่เคยขยับขณะที่บางคนฟังเพียงครั้งเดียวแต่ใจกลับอ่อนลงเมตตามากขึ้นและประมาทน้อยลงนี่คือผลของการฟังเป็นในโลกที่เต็มไปด้วยเสียงดังขาวแรงและอารมณ์รุนแรงคำเตือนที่มาจากความสงบอาจฟังดูเบาเกินไปจนหลายคนเลือกจะมองข้ามแต่แท้จริงแล้วเสียงที่เบาที่สุดมักเป็นเสียงที่จริงที่สุดเพราะมันไม่ได้พยายามเอาชนะใครเพียงแต่อยู่ตรงนั้นรอให้ผู้ที่ พร้อมจะฟังหยุดและรับฟังด้วยใจที่เปิดกว้างสุดท้ายแล้วคำเตือนของหลวงตาเยื้อนไม่ได้เรียกร้องให้ใครต้องเชื่อแต่เชื้อเชิญให้ทุกคนกลับมาดูใจตนเองว่าเรากำลังฟังอยู่หรือกำลังดื้อเงียบว่าเรากำลังใช้ชีวิตด้วยสติหรือปล่อยให้ความเคยชินพาเราไปเรื่อยๆโดยไม่รู้ทิศทางเมื่อได้ยินคำว่าสะเทือนแผ่นดินภาพแรกที่ผุดขึ้นในใจของผู้คนจำนวนมากมักเป็นภาพของภัยพิบัติความเสียหายหรือเหตุการณ์รุนแรงที่มองเห็นได้ด้วยตาแต่ในทางธรรมะคำว่าแผ่นดิน สะเทือนอาจไม่ได้หมายถึงพื้นดินที่สั่นไหวเพียงอย่างเดียวหากหมายถึงฐานใจของผู้คนที่กำลังสั่นคลอนอย่างเงียบๆโดยที่หลายคนไม่ทันสังเกตหลวงตาเยื้อนเคยกล่าวไว้ว่าภัยที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ภัยที่มาจากฟ้าจากดินหรือจากธรรมชาติแต่คือภัยที่เกิดจากใจมนุษย์เองเมื่อใจเต็มไปด้วยความโลภความโกรธและความหลงแผ่นดินภายนอกอาจยังดูมั่นคงแต่แผ่นดินภายในกลับแตกร้าวไปแล้วโดยไม่รู้ตัวนิมิตที่สะเทือนแผ่นดินจึงอาจเป็นเพียงภาพสะท้อนของความไม่มั่นคงนี้ในยุคที่โลก หมุนเร็วผู้คนถูกดึงดูดด้วยผลประโยชน์ความสำเร็จและภาพลักษณ์ภายนอกเรามักเผลือลืมถามใจตนเองว่าเรากำลังยืนอยู่บนพื้นฐานอะไรหากพื้นฐานนั้นคือความเห็นแก่ตัวการเอาเปรียบหรือความประมาทแม้จะดูมั่นคงเพียงใดวันหนึ่งก็ย่อมสั่นคลอนเพราะไม่มีสิ่งใดตั้งอยู่ได้บนฐานที่ไม่ถูกต้องนิมิตสะเทือนแผ่นดินในทางธรรมจึงเป็นคำเตือนให้เราหันกลับมามองรากฐานของชีวิตไม่ใช่เพื่อให้กลัวโลกแต่เพื่อให้เราถามตนเองว่าใจเรายังมั่นคงอยู่หรือไม่ศีลที่ เราถือยังแน่นอยู่หรือเปล่าเมตตาที่เรามีต่อผู้อื่นยังจริงหรือเป็นเพียงคำพูดหลายครั้งที่โลกภายนอกวุ่นวายไม่ใช่เพราะเหตุการณ์ใหญ่โตแต่เพราะใจของผู้คนจำนวนมากพร้อมจะสั่นตามข่าวพร้อมจะโกรธตามคำยุพร้อมจะเกลียดตามกระแสเมื่อใจไม่ตั้งมั่นแผ่นดินทั้งใบก็เหมือนจะสั่นไปพร้อมกันทั้งที่ความจริงสิ่งที่สั่นคือใจของเราเองหลวงตาเยื้อนมองนิมิตเช่นนี้ด้วยสายตาที่สงบท่านไม่ได้ตีความว่าเป็นลางร้ายแต่เห็นมันเป็นเครื่องเตือนว่ามนุษย์กำลัง ห่างจากความเรียบง่ายห่างจากธรรมชาติและห่างจากความพอดีเมื่อใจไกลจากธรรมความไม่สมดุลย่อมเกิดขึ้นทั้งในตัวบุคคลสังคมและโลกโดยรวมแผ่นดินในความหมายทางธรรมยังหมายถึงที่พึ่งของชีวิตหากใจไม่มีที่พึ่งไม่มีธรรมเป็นหลักต่อให้มีทรัพย์มีอำนาจหรือมีชื่อเสียงเพียงใดก็ยังรู้สึกไม่มั่นคงเมื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งสั่นไหวใจก็พร้อมจะหลมตามนี่คือความเปราะบางที่นิมิตพยายามจะชี้ให้เห็นการฟังนิมิตสะเทือนแผ่นดินจึงไม่ใช่เพื่อคาดเดาเหตุการณ์ภาย นอกแต่เพื่อชวนให้เราหยุดและตั้งสติว่าเรากำลังสร้างแผ่นดินในใจให้มั่นคงหรือไม่เราใช้ชีวิตด้วยความประมาทหรือด้วยความรู้ตัวเราปล่อยให้อารมณ์พาไปหรือเรายังพอมีสติพากลับมาอยู่กับปัจจุบันในทางกลับกันหากใจมั่นคงแม้โลกภายนอกจะสั่นไหวเพียงใดใจก็ยังยืนอยู่ได้พระพุทธเจ้าทรงสอนว่าผู้มีสติย่อมไม่หวั่นไหวต่อโลกธรรมแม้สุขและทุกข์จะผลัดเปลี่ยนเข้ามาใจก็ยังตั้งอยู่ในความรู้ตัวไม่ถูกพัดพาไปกับกระแสนิมิตที่สะเทือน …

เตือนแล้วไม่ฟังจะสาย! หลวงตาเยื้อนนิมิตใหญ่ สะเทือนแผ่นดิน ถึงนายก ในรัชกาลที่ 10 Read More

ราคาทองวันนี้ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ประกาศครั้งที่ 1

ราคาทองวันนี้ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ประกาศครั้งที่ 1 ราคาทองวันนี้ 2 กุมภาพันธ์ 2569 โดย สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทองครั้งที่ 1 (เปิดตลาด) เมื่อเวลา 09.45 น. ร่วงหนัก 1,650 บาทโดยมีรายละเอียดดังนี้ ประกาศครั้งที่ 1 ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 72,350 บาท ขายออก บาทละ …

ราคาทองวันนี้ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ประกาศครั้งที่ 1 Read More

ไฟเย็น แฉ ช็อก! จุลเจิมลั่น เสี่ยโออุ้ม ‘อรอนงค์’ เข้าวัง พร้อมดันยศสุดพีค!

ไฟเย็น แฉ ช็อก! จุลเจิมลั่น เสี่ยโออุ้ม ‘อรอนงค์’ เข้าวัง พร้อมดันยศสุดพีค! ให้ มึง ดู เสี่ย โอ เป็น ตัว อย่าง เมีย มัน เนี่ย นะ อะไร นะ เยอร เนี่ย อายุ 32 นะ ได้ เป็น พล …

ไฟเย็น แฉ ช็อก! จุลเจิมลั่น เสี่ยโออุ้ม ‘อรอนงค์’ เข้าวัง พร้อมดันยศสุดพีค! Read More

ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) ถวายพระบรมศพ ‘พระพันปีหลวง’

ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) ถวายพระบรมศพ ‘พระพันปีหลวง’ ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) ถวายพระบรมศพ ‘พระพันปีหลวง’ เมื่อเวลา 10.06 น. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ …

ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) ถวายพระบรมศพ ‘พระพันปีหลวง’ Read More

2 หนุ่ม ตามหาเจ้าของ เก็บ ลอตเตอรี่ชุดใหญ่ ได้ เผื่อฟลุ๊คถูกรางวัลที่ 1

2 หนุ่ม ตามหาเจ้าของ เก็บ ลอตเตอรี่ชุดใหญ่ ได้ เผื่อฟลุ๊คถูกรางวัลที่ 1 เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 มีรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา นายศักดิ์ อายุ 47 ปี และนายหนึ่ง อายุ 31 ปี ซึ่งเป็นช่างซ่อมประปาและช่างไฟฟ้าของร้านอร่ามการไฟฟ้า ได้นำสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวน 10 ชุด ชุดละ 2 …

2 หนุ่ม ตามหาเจ้าของ เก็บ ลอตเตอรี่ชุดใหญ่ ได้ เผื่อฟลุ๊คถูกรางวัลที่ 1 Read More

วาสนาสาวสวยเพิ่นคักเนาะ! ถูกรางวัลที่ 1 รับ 12 ล้าน อยู่นี่นี้เอง

วาสนาสาวสวยเพิ่นคักเนาะ! ถูกรางวัลที่ 1 รับ 12 ล้าน อยู่นี่นี้เอง ผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ประกอบด้วย รางวัลที่ 1 หมายเลข 174629 มูลค่ารางวัลละ 6,000,000 บาท รางวัลเลขหน้า 3 ตัว จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ 917 และ 195 …

วาสนาสาวสวยเพิ่นคักเนาะ! ถูกรางวัลที่ 1 รับ 12 ล้าน อยู่นี่นี้เอง Read More

รางวัลที่ 1 อยู่นี่เอง ยินดีด้วยรับ 30 ล้าน ซื้อกับคนในตลาดสีชมพู

รางวัลที่ 1 อยู่นี่เอง ยินดีด้วยรับ 30 ล้าน ซื้อกับคนในตลาดสีชมพู ประกาศออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับผลสลากกินแบ่งรัฐบาล ประจำวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีรางวัลสำคัญ ๆ ดังนี้ รางวัลที่ 1 รางวัลละ 6,000,000 บาท174629 เลขหน้า 3 ตัว 2 รางวัลๆละ 4,000 บาท 917 195 …

รางวัลที่ 1 อยู่นี่เอง ยินดีด้วยรับ 30 ล้าน ซื้อกับคนในตลาดสีชมพู Read More

เมื่อรัชกาลที่ 10 สิ้นพระชนม์ ใครจะกล้าเป็นผู้นำราชวงศ์ไทย?

เมื่อรัชกาลที่ 10 สิ้นพระชนม์ ใครจะกล้าเป็นผู้นำราชวงศ์ไทย? ดู ย้อน คำ ทำนาย เรื่อง รัทยา 5 พระ องค์ มี คำ ทำนาย ราชวงศ์ มี พระ เกจิ สาย ปฏิบัติ ท่าน หนึ่ง ท่าน ก็ มี ชื่อ เสียง มาก …

เมื่อรัชกาลที่ 10 สิ้นพระชนม์ ใครจะกล้าเป็นผู้นำราชวงศ์ไทย? Read More

ให้มาแล้วเน้นๆ เลข โอ๋ โกดัง 1/02/69

ให้มาแล้วเน้นๆ เลข โอ๋ โกดัง 1/02/69 ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว สำหรับการประกาศผลรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล ประจำวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 และใครที่กำลังรอเลขจาก โอ๋ โกดัง ล่าสุดให้มาแล้วเน้นๆ โดยเจ้าตัวได้โพสต์ภาพพร้อมระบุข้อความว่า ฝาก พ อ. รังษีด้วยครับ11 โดยเลขดังกล่าวได้แก่ บ 5 1 ล 3 เป็นเพียงแนวทางเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณ เรียบเรียง สยามนิวส์

ให้มาแล้วเน้นๆ เลข โอ๋ โกดัง 1/02/69 Read More