แถลงการณ์ฉบับ 3 — พระองค์ภาฯ ยังไม่ทรงรู้พระองค์ — แพทย์ถวายการรักษาใกล้ชิด

สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ฉบับที่ 3 เกี่ยวกับพระอาการประชวรของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ซึ่งเป็นประเด็นที่ประชาชนชาวไทยให้ความสนใจและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด บทความนี้จะสรุปรายละเอียดสำคัญจากแถลงการณ์ดังกล่าว พร้อมขยายความเข้าใจเกี่ยวกับพระอาการและการถวายการรักษาโดยคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนและถูกต้องที่สุดตามประกาศของสำนักพระราชวัง
ตามที่สำนักพระราชวังได้มีแถลงการณ์เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวร และเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พุทธศักราช 2565 นั้น ความทราบโดยทั่วกันแล้ว
ในแถลงการณ์ฉบับที่ 3 นี้ คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาได้สรุปการวินิจฉัยและรายงานความคืบหน้าของพระอาการโดยละเอียด ซึ่งถือเป็นข้อมูลทางการที่ประชาชนควรรับทราบ โดยมีประเด็นหลัก 3 ประการ ได้แก่ สาเหตุของพระอาการ, สถานะพระอาการปัจจุบัน, และแนวทางการรักษาของคณะแพทย์
คณะแพทย์ได้สรุปผลการวินิจฉัยว่า พระอาการประชวรหมดพระสติที่เกิดขึ้นนั้น มีสาเหตุหลักมาจาก “การเต้นผิดจังหวะของพระหฤทัยแบบรุนแรง” (Severe Cardiac Arrhythmia) ซึ่งความผิดปกตินี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองโดยไม่มีสาเหตุ แต่เป็นผลสืบเนื่องมาจาก “การอักเสบของพระหฤทัย” (Myocarditis)
สิ่งที่ระบุไว้ชัดเจนในแถลงการณ์คือ สาเหตุของการอักเสบของพระหฤทัยนั้นเกิดจากเชื้อ “ไมโคพลาสมา” (Mycoplasma) ซึ่งเชื้อชนิดนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้การทำงานของหัวใจในการสูบฉีดเลือดผิดปกติไปอย่างรุนแรงจนนำไปสู่ภาวะหมดพระสติในเวลาต่อมา
การระบุสาเหตุที่ชัดเจนเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความละเอียดรอบคอบของคณะแพทย์ในการตรวจวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง เพื่อนำไปสู่การวางแผนการรักษาที่ตรงจุดที่สุด
เนื้อหาในแถลงการณ์ระบุถึงสถานะปัจจุบันของพระองค์ท่านไว้อย่างตรงไปตรงมาว่า “พระอาการโดยรวมในขณะนี้ยังไม่ทรงรู้พระองค์” ซึ่งหมายความว่าพระองค์ยังคงอยู่ในสภาวะหมดพระสติ และจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดที่สุดจากทีมแพทย์และพยาบาลในห้องวิกฤต
การที่ยังไม่ทรงรู้พระองค์ บ่งชี้ว่าระบบประสาทและการรับรู้ยังคงต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู หรือยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นระยะที่ต้องเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของสัญญาณชีพอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
คณะแพทย์ยังคงถวายการรักษาอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยเน้นการประคับประคองการทำงานของอวัยวะสำคัญ และการให้ยาเพื่อต่อสู้กับการติดเชื้อ โดยมีรายละเอียดดังนี้:
การถวายพระโอสถ: คณะแพทย์ได้ถวายพระโอสถปฏิชีวนะ (Antibiotics) เพื่อรักษาอาการติดเชื้อไมโคพลาสมา ซึ่งเป็นต้นเหตุของอาการป่วย นอกจากนี้ยังมีการถวายพระโอสถอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการควบคุมสัญญาณชีพและการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย
การใช้เครื่องมือแพทย์ช่วยการทำงานของอวัยวะสำคัญ: เนื่องจากพระอาการเกี่ยวข้องกับหัวใจและอวัยวะสืบเนื่อง แถลงการณ์จึงระบุว่ามีการใช้เครื่องมือเพื่อช่วยการทำงานของ: พระหฤทัย (หัวใจ) พระปัปผะ (ปอด) พระวักกะ (ไต)
การใช้เครื่องมือเหล่านี้ (ซึ่งในทางการแพทย์อาจหมายถึงอุปกรณ์พยุงชีพขั้นสูง เช่น ECMO หรือเครื่องฟอกไตต่อเนื่อง) เป็นไปเพื่อประคับประคองให้อวัยวะเหล่านี้ยังคงทำงานได้ ในขณะที่ร่างกายกำลังต่อสู้กับโรคและรอการฟื้นตัว
การติดตามพระอาการ: คณะแพทย์ยังคงเฝ้าติดตามพระอาการอย่างใกล้ชิดต่อไป เพื่อประเมินการตอบสนองต่อการรักษาและปรับแผนการรักษาให้เหมาะสมที่สุดในแต่ละช่วงเวลา
นอกเหนือจากรายละเอียดทางการแพทย์ ในช่วงเวลาที่มีการออกแถลงการณ์ฉบับนี้ ยังปรากฏภาพความจงรักภักดีและความห่วงใยจากพระบรมวงศานุวงศ์และประชาชนชาวไทยอย่างเนืองแน่น
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ ไปทรงเยี่ยมและติดตามพระอาการประชวร ณ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยมีคณะผู้บริหารโรงพยาบาลและประชาชนเฝ้ารับเสด็จ
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก็ได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์มาทรงเยี่ยมและติดตามพระอาการเช่นกัน
ภาพของประชาชนจำนวนมากที่มาร่วมกันสวดมนต์และถวายกำลังใจที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ รวมถึงการเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” กึกก้องเมื่อขบวนเสด็จผ่าน สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันอันลึกซึ้งระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์และพสกนิกรชาวไทย ที่ต่างรวมใจกันส่งความปรารถนาดีให้พระองค์ภาฯ ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว
เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจบริบทของแถลงการณ์ได้ดียิ่งขึ้น ขอกล่าวถึงเชื้อ “ไมโคพลาสมา” พอสังเขป เชื้อนี้เป็นแบคทีเรียขนาดเล็กที่ไม่มีผนังเซลล์ ซึ่งมักก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจและปอดบวม แต่ในบางกรณีที่พบได้น้อยแต่รุนแรง เชื้อนี้สามารถเข้าสู่กระแสเลือดและก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่หัวใจได้ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ (Myocarditis) หรือเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ ซึ่งจะส่งผลให้ระบบไฟฟ้าหัวใจทำงานผิดปกติ จนเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะและหัวใจวายเฉียบพลันได้ ดังกรณีที่ระบุในแถลงการณ์
การรักษาภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจจากเชื้อนี้ จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะที่จำเพาะเจาะจง ร่วมกับการใช้เครื่องมือช่วยพยุงการทำงานของหัวใจและปอด เพื่อรอให้ร่างกายกำจัดเชื้อและลดการอักเสบลง
แถลงการณ์สำนักพระราชวัง ฉบับที่ 3 ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนและเป็นทางการที่สุดเกี่ยวกับพระอาการของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ว่าเกิดจากการอักเสบของพระหฤทัยจากเชื้อไมโคพลาสมา ส่งผลให้หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง และขณะนี้ยังไม่ทรงรู้พระองค์ โดยคณะแพทย์กำลังถวายการรักษาด้วยยาและเครื่องมือช่วยพยุงชีพอย่างเต็มที่
ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากสำนักพระราชวังเท่านั้น เพื่อความถูกต้องและครบถ้วนของข้อมูล และร่วมกันส่งกำลังใจให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวร