.เบื้องลึก-บิ๊กโจ๊ก-ปมเลื่อนยศ-ใครอยู่เบื้องหลัง

.เบื้องลึก-บิ๊กโจ๊ก-ปมเลื่อนยศ-ใครอยู่เบื้องหลัง

ในห้วงเวลาที่ฝุ่นควันทางการเมืองและวงการสีกากีกำลังตลบอบอวล ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าข่าวคราวความเคลื่อนไหวของนายตำรวจระดับสูงอย่าง “บิ๊กโจ๊ก” กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่สังคมจับตามองอย่างไม่กระพริบตา ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องราวของการโยกย้ายหรือการเลื่อนตำแหน่งตามฤดูกาลปกติ แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภูเขาน้ำแข็งลูกมหึมานี้ คือเครือข่ายอำนาจที่สลับซับซ้อน การต่อรองผลประโยชน์ และ “ตัวละครลับ” ที่ค่อยๆ ถูกเปิดเผยออกมาทีละคน ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องการ “สั่งสอน” และการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสมรภูมิอำนาจที่ไร้ความปรานี

เริ่มต้นจากกระแสข่าววงในที่พูดถึงพิธีกรรมบางอย่างที่ถูกเรียกว่าการ “กินเนียน” ซึ่งไม่ใช่เรื่องของอาหารการกินแต่อย่างใด แต่เป็นศัพท์แสลงที่รู้กันในวงจำกัดถึงกระบวนการจัดการผลประโยชน์ที่แนบเนียนและเงียบเชียบ โดยเฉพาะประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอย่างหนาหูคือเรื่องของ “เงินบริจาค” และการถวายเงินที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติในสังคมไทย แต่เมื่อเจาะลึกลงไปกลับพบร่องรอยที่น่าสงสัย

ข้อมูลจากแหล่งข่าวระบุถึงเส้นทางการเติบโตในสายงานราชการ โดยเฉพาะในรั้วโรงเรียนนายร้อย จปร. ที่มีการพาดพิงถึงตำแหน่งระดับ “พันเอก” ที่จะขยับขึ้นสู่ “พลตรี” ว่าเส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หรือวัดกันที่ความสามารถเพียงอย่างเดียว ตัวเลข “10 ล้านบาท” ถูกโยนเข้ามาในสมการนี้ เปรียบเสมือนใบเบิกทางศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถเปลี่ยนลายเซ็นอนุมัติให้เกิดขึ้นได้จริง

ประเด็นที่น่าตกใจคือการกล่าวอ้างถึง “พระอาจารย์” บางท่านในโรงเรียนนายร้อยฯ ที่มีบทบาทสำคัญในกระบวนการนี้ โดยมีการเชื่อมโยงไปถึงขั้วอำนาจสี “ม่วง” ซึ่งเป็นรหัสลับที่รู้กันดีในแวดวงผู้มีอิทธิพล ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังตัวจริงที่คอยกำกับดูแลเส้นทางเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง เพียงแค่มีการบริจาคหรือถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามช่องทางที่กำหนด ก็ดูเหมือนว่าประตูสู่ยศ “นายพล” จะเปิดกว้างขึ้นทันที คำถามตัวโตที่เกิดขึ้นคือ ใครจะเป็นผู้กล้าหาญเข้ามาตรวจสอบเส้นทางการเงินเหล่านี้ ในเมื่อกลไกการตรวจสอบปกติของประเทศดูเหมือนจะเป็นอัมพาตเมื่อต้องเผชิญกับอำนาจระดับนี้

“เจ้าสัว” กับร่มเงาแห่งอำนาจ

เมื่อมองภาพให้กว้างขึ้น เราจะเห็นโครงสร้างความสัมพันธ์แบบ “น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า” ระหว่างกลุ่มทุนใหญ่หรือ “เจ้าสัว” กับขั้วอำนาจสีม่วง แหล่งข่าววิเคราะห์อย่างเผ็ดร้อนว่า การที่บรรดาเจ้าสัวระดับประเทศสามารถยืนหยัดและขยายอาณาจักรธุรกิจได้อย่างมั่นคง ไม่ใช่เพราะเกรงกลัวอำนาจทางการเมืองปกติ หรือที่ถูกเรียกด้วยฉายาว่า “ไอ้หอย” แต่อย่างใด เพราะในความเป็นจริงแล้ว ขุมพลังที่แท้จริงที่คอยค้ำจุนอยู่เบื้องหลังคือบารมีของขั้วอำนาจสีม่วงต่างหาก

นี่คือเหตุผลที่อธิบายว่าทำไมกลไกการตรวจสอบของรัฐจึงมักจะสะดุดหยุดลงเมื่อสาวไปถึงต้นตอที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นคดีความเกี่ยวกับการฟอกเงิน ธุรกิจสีเทา หรือแม้กระทั่งแชร์ลูกโซ่ Forex ที่เคยเป็นข่าวดัง ล้วนแล้วแต่มีเส้นสนกลในที่โยงใยไปถึงผู้มีบารมีที่คอยรับ “ของ” หรือผลประโยชน์เหล่านั้น แต่ท้ายที่สุดแล้ว คนที่ต้องรับผิดและเดินเข้าคุกกลับมีเพียงแค่ “โจร” ระดับปฏิบัติการ ในขณะที่ผู้รับผลประโยชน์ตัวจริงยังคงลอยนวลและมีอำนาจวาสนาต่อไป สะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำของกระบวนการยุติธรรมที่เลือกปฏิบัติอย่างชัดเจน

ตัวละครลับ “นุ้ย” และ “ตู่” กับสายสัมพันธ์การบินไทย

อีกหนึ่งจิ๊กซอว์สำคัญที่ถูกเปิดเผยออกมาคือตัวละครที่มีชื่อเล่นว่า “นุ้ย” และความเชื่อมโยงกับ “ตู่” (ลอยตู่) ซึ่งมีบทบาทในสหภาพแรงงานการบินไทย เรื่องราวเริ่มเข้มข้นขึ้นเมื่อมีการแฉว่า “นุ้ย” ถูกส่งเข้ามาดูแลระบบบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับเจ้าสัว และมีความพยายามที่จะเชื่อมประสานรอยร้าวหรือสร้างสะพานเชื่อมอำนาจระหว่างกลุ่มต่างๆ

เหตุการณ์ที่ถูกจับตามองคือการปรากฏตัวของนุ้ยที่วังสระปทุม พร้อมกับข้อความฝากฝังถวายกำลังใจจาก “ไอ้หอย” ซึ่งนำมาสู่การตั้งข้อสังเกตถึงความสัมพันธ์ที่แท้จริงว่า เป็นการส่งคนมาสอดแนม หรือเป็นการพยายามเอาอกเอาใจเพื่อความอยู่รอดกันแน่ ความซับซ้อนซ่อนเงื่อนนี้ทำให้เกิดคำถามว่า แท้จริงแล้ว “นุ้ย” คือคนของใคร? เป็นหมากที่ถูกวางไว้โดยขั้วอำนาจสีม่วง หรือเป็นสายลับสองหน้าที่ทำงานให้กับฝ่ายตรงข้าม

ความเชื่อมโยงยังลามไปถึงอดีตประธานสหภาพแรงงานการบินไทยอย่าง “ลอยตู่” ซึ่งถูกระบุว่าเป็นคนจัดแจงที่นั่งและเที่ยวบินให้กับบุคคลสำคัญ รวมถึงภาพถ่ายที่เป็นหลักฐานมัดตัวถึงความสนิทสนมบนเครื่องบิน ซึ่งทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่า “ปีกม่วง” หรือเครือข่ายอำนาจเก่าในการบินไทย ยังคงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเกมอำนาจอยู่เบื้องหลัง และเป็นฐานที่มั่นที่ยากจะสั่นคลอน

บทสรุป: สงครามตัวแทนและการดิ้นรนครั้งสุดท้าย

เรื่องราวทั้งหมดนี้สรุปได้ว่าเป็นภาพสะท้อนของการต่อสู้แย่งชิงอำนาจในระดับโครงสร้างหลักของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นวงการตำรวจ ทหาร หรือแม้แต่รัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่ การ “ดิ้นพล่าน” ของบิ๊กโจ๊ก หรือความพยายามในการเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งที่ต้องใช้เงินมหาศาล เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของระบบอุปถัมภ์ที่หยั่งรากลึก

ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังตัวจริง? คำตอบอาจจะวนเวียนอยู่กับชื่อย่อ สีเสื้อ และสัญลักษณ์ที่รู้กันในวงใน แต่สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือ ตราบใดที่ระบบการตรวจสอบยังไม่สามารถเอื้อมมือไปถึง “คนบนฟ้า” หรือผู้มีบารมีเหนือรัฐธรรมนูญได้ วงจรอุบาทว์ของการซื้อขายตำแหน่งและการใช้อำนาจเพื่อเอื้อประโยชน์พวกพ้องก็จะยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด